http://kiatsudajoy.igetweb.com
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

 หน้าแรก

 บทความ

 เว็บบอร์ด

 รวมรูปภาพ

 ติดต่อเรา

สถิติ

เปิดเว็บ18/04/2010
อัพเดท31/05/2010
ผู้เข้าชม97,243
เปิดเพจ173,161

บทความคณิตศาสตร์

บทความ...ความดี

บทความนวัตกรรมทางการศึกษา

บทความงานวิจัย

บทความคลายเครียด..ฮาดี

บทความงานวิจัย

บทความ...คำคม

Alternative content

iGetWeb.com
iGetWeb.com

งานวิจัยคณิตศาสตร์

งานวิจัยคณิตศาสตร์

 

บทที่ 1

 

บทนำ

 

ภูมิหลัง

 

                   รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  พุทธศักราช  2550  ได้กำหนดแนวนโยบายทางการศึกษา  ตามมาตรา  80  บัญญัติให้รัฐต้องพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการจัดการศึกษาในทุกระดับและทุกรูปแบบให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคม  จัดให้มีแผนการศึกษาแห่งชาติ  กฎหมายเพื่อพัฒนาการศึกษาของชาติ  จัดให้มีการพัฒนาคุณภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา  ให้ก้าวหน้าทันการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลก  รวมทั้งปลูกฝังให้ผู้เรียนมีจิตสำนึกของความเป็นไทย มีระเบียบวินัย คำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวม  และยึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข  (รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550.    2550  :  

23-24)

                   การศึกษาเป็นกระบวนการที่ช่วยพัฒนาคนให้มีคุณภาพ  การจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาคน  ให้มีคุณภาพจึงเป็นเรื่องที่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง  โดยจะต้องพัฒนาศักยภาพที่มีอยู่ในตัวคนให้ได้รับการพัฒนาอย่างเต็มที่  ทำให้เป็นคนที่รู้จักคิดวิเคราะห์  รู้จักแก้ปัญหา  มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์  รู้จักเรียนรู้ด้วยตนเอง  สามารถเชื่อมโยงความรู้  ทักษะ  และค่านิยมที่ดีงามเพื่อการดำเนินชีวิต  สามารถปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว  มีคุณธรรม  จริยธรรม  รู้จักพึ่งตนเอง  และสามารถ  ดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข  (วรณัน  ขุนศรี.    2549  :  65)

                   คณิตศาสตร์มีบทบาทสำคัญยิ่งต่อการพัฒนาความคิดของมนุษย์  และมนุษย์ได้ใช้คณิตศาสตร์เป็นเครื่องมือในการศึกษาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี  และศาสตร์อื่น ๆ  คณิตศาสตร์ช่วยให้มนุษย์มีความ  คิดริเริ่มสร้างสรรค์  คิดอย่างมีเหตุผล  คิดอย่างเป็นระบบและมีระเบียบแบบแผนสามารถวิเคราะห์ ปัญหาและสถานการณ์ได้อย่างรอบคอบ  ถี่ถ้วน  สามารถคาดการณ์  วางแผนตัดสินใจและแก้ปัญหาได้  (สถาบันส่งเสริมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี.    2546  :  1)  ในการพัฒนาคุณภาพของมนุษย์  คณิตศาสตร์ช่วยฝึกให้คนเป็นคนมีระเบียบ  รอบคอบคิดอย่างมีเหตุผล  เป็นระบบมีระเบียบแบบแผน  มีความคิดสร้างสรรค์  สามารถวิเคราะห์ปัญหาและสถานการณ์ได้ตามลำดับขั้นตอน  คณิตศาสตร์เป็นรากฐานของวิชาวิทยาศาสตร์  นอกจากนั้นยังเป็นพื้นฐานสำหรับการค้นคว้าวิจัยทุกประเภท  เป็นเครื่องมือในการศึกษาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  ตลอดจนศาสตร์อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง  ช่วยพัฒนาคุณภาพของบุคคลให้สมบูรณ์  มีความสมดุลทั้งด้านร่างกายและจิตใจ สติปัญญา  อารมณ์ และสังคม  สามารถคิดเป็น  ทำเป็น  แก้ปัญหาเป็น  และอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข  (จรรยา อาจหาญ.    2549  :  2)

                   การจัดการศึกษาคณิตศาสตร์ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน  พุทธศักราช  2544  เป็นการศึกษาเพื่อปวงชน ที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้เริ่มต้นการเรียนรู้คณิตศาสตร์อย่างต่อเนื่อง  ตลอดชีวิต ตามศักยภาพของตนเอง เพื่อให้ผู้เรียนเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถทางคณิตศาสตร์อย่างพอเพียง  ที่จะนำไปใช้พัฒนาคุณภาพชีวิต  รวมทั้งใช้เป็นพื้นฐานและเป็นเครื่องมือในการเรียนรู้ต่อไป (สถาบันส่งเสริมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี.    2546  :  1)  การจัดการเรียนการสอนในกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ประสบกับปัญหามาโดยตลอด  จากปัญหาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ต่ำนั้น อาจเนื่องมาจาก  เนื้อหาวิชาคณิตศาสตร์มีลักษณะเป็นนามธรรม  ยากต่อการทำความเข้าใจ  ดังเช่นเนื้อหาเรื่อง  การบวกและการลบจำนวนที่มีผลลัพธ์และตัวตั้งไม่เกิน  20  เป็นส่วนหนึ่งของวิชาคณิตศาสตร์และมีความสำคัญต่อการเรียนคณิตศาสตร์  ในยุคของการปฏิรูปการศึกษา การเรียนรู้ของผู้เรียนเป็นหัวใจสำคัญของการจัดการศึกษาครูและผู้ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาทุกฝ่ายได้พยายามค้นหายุทธวิธีในการจัดการเรียนการสอน เพื่อให้ผู้เรียนได้เกิดการเรียนรู้และสอดคล้องกับการจัดการเรียนการสอน ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติพุทธศักราช   2542  ที่ต้องการเน้นให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตนตามธรรมชาติ  ตามศักยภาพของแต่ละบุคคล โดยถือว่าผู้เรียนสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้และผู้เรียนมีความสำคัญที่สุด การจัดการเรียนการสอนจึงต้องยึดผู้เรียนเป็นสำคัญ และการเรียนการสอนที่เป็นการบูรณาการการสอน  (Integrated Teaching)  จะช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเชื่อมโยงการเรียนรู้  (Transfer of Learning )  และสามารถนำความรู้ที่เรียนมาแล้วไปเชื่อมโยงกับความรู้ที่เรียนใหม่ได้ทำให้ความรู้ที่ได้รับอยู่ในลักษณะที่เหมือนชีวิตจริง ซึ่งเป็นการผสมผสาน รูป แบบต่างๆที่ได้จากการเรียนมาประยุกต์ใช้ในชีวิต การเรียนการสอนที่เป็นการบูรณาการการสอนจะช่วยให้ผู้เรียนได้เห็นคุณค่าในการเรียนมากยิ่งขึ้น สามารถพัฒนาทักษะการคิดระดับสูงและปลูกฝังค่านิยมที่พึงปรารถนาแก่ผู้เรียนได้ การจัดการเรียนรู้ที่เป็นการบูรณาการ  การสอนนั้น สามารถจัดการเรียนการสอนได้ในห้องเรียนปกติ ในทุกกลุ่มสาระวิชาไม่ว่าจะเป็นการบูรณาการการสอนภายในกลุ่มสาระวิชาเดียวกันหรือการบูรณาการการสอนร่วมกันกับกลุ่มสาระอื่นทั้งนี้ต้องคำนึงถึงธรรมชาติของแต่ละรายวิชานั้น  แต่ละกลุ่มสาระวิชานั้นด้วย คณิตศาสตร์เป็นหนึ่งในแปดกลุ่มสาระการเรียนรู้ที่กำหนดไว้ในหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน  พุทธศักราช  2544  ซึ่งมีบทบาทสำคัญยิ่งต่อการพัฒนาความคิดของมนุษย์  ทำให้มนุษย์มีความคิดสร้างสรรค์ คิดอย่างมีเหตุผล  เป็นระบบ  ระเบียบ  มีแบบแผน สามารถวิเคราะห์ปัญหาและสถานการณ์ได้อย่างถี่ถ้วนรอบคอบ  ทำให้สามารถคาดการณ์ วางแผน ตัดสินใจและแก้ปัญหาได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม คณิตศาสตร์เป็นเครื่องมือในการศึกษาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  ตลอดจนศาสตร์อื่นๆ  ที่เกี่ยวข้องคณิตศาสตร์จึงเป็นประโยชน์ต่อการดำรงชีวิตและช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น  นอกจากนี้คณิตศาสตร์ยังช่วยพัฒนามนุษย์ให้สมบูรณ์ มีความสมดุลทั้งทางร่างกายและจิตใจ  สติปัญญา  อารมณ์  สามารถคิดเป็นทำเป็นแก้ปัญหาเป็นและสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข  (สถาบันส่งเสริมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี.    2547  :  1)  การจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อให้สอดคล้องกับวิธีการดำเนินงานชีวิตของผู้เรียน  จำเป็นต้อง

พัฒนาวิธีการจัดการเรียนรู้แบบใหม่ ๆ  ด้วยการนำเทคนิคและวิธีการต่าง ๆ  มาใช้ให้นักเรียนสามารถ เกิดความรู้ความเข้าใจ  มีทักษะและค่านิยมที่ถูกต้อง  การจัดการเรียนรู้ควรมุ่งเน้นให้ผู้เรียน เป็นศูนย์ กลางเพื่อให้เกิดความสัมพันธ์และเป็นกระบวนการต่อเนื่อง  ซึ่งครูและนักเรียนจะต้องปฏิบัติ  กระทำและหาทางแก้ไขปัญหาร่วมกัน  ฉะนั้นเนื้อหาและกิจกรรมต่าง ๆ  จึงต้องสอนให้ผู้เรียนรู้ถึงกฎเกณฑ์ของสังคม และเน้นการปฏิบัติจริงจนเกิดทักษะเพื่อเป็นการเตรียมประสบการณ์ชีวิตของผู้เรียนที่จะไปอยู่ในสังคมจริง ๆ  จากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญแบบบูรณาการ  ซึ่งเป็นการเรียนรู้ที่เน้นความสำคัญของผู้เรียนฝึกให้ผู้เรียนได้รู้จักการผสมผสานเนื้อหาวิชาและกิจกรรมให้สัมพันธ์กันและในวิธีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบบูรณาการยังเปิดโอกาสให้ผู้เรียนนำวิชาการต่าง ๆ มาเชื่อมโยงในการกับปัญหาชีวิตประจำวันได้  การจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการนับได้ว่ามีประโยชน์  และส่งผลโดยตรงกับผู้เรียน เป็นการเรียนรู้ในลักษณะองค์รวม  จัดการเรียนรู้ด้วยรูปแบบหรือวิธีการที่หลากหลาย เน้นการจัดการเรียนการสอนตามสภาพจริง การเรียนรู้ด้วยตนเอง  การเรียนรู้ร่วมกัน  การเรียนรู้จากธรรมชาติการเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง และมีการวัดและประเมินผลที่สอด คล้อง กับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้  โดยประเมินจากการปฏิบัติและประเมินตามสภาพจริง   (สิริพัฒน์ เจษฎาวิโรจน์.    2546  :  8)

                   จากเหตุผลดังกล่าวข้างต้นจึงเป็นแรงจูงใจให้ผู้ศึกษาค้นคว้า  ต้องการศึกษาการสอนแบบ

บูรณาการ  เรื่อง การบวกและการลบจำนวนที่มีผลลัพธ์และตัวตั้งไม่เกิน  20  ชั้นประถมศึกษาปีที่  1  ทั้งนี้เนื่องจากว่าเนื้อหาการบวกและการลบจำนวนมีผลลัพธ์และตัวตั้งไม่เกิน  20  สามารถจัดกิจกรรม

การเรียนรู้โดยการการสอนแบบบูรณาการ  ซึ่งการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนได้หลากหลาย   และยังเป็นพื้นฐานในชีวิตจริงของผู้เรียนสามารถพัฒนาผู้เรียนให้มีทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ได้เป็นอย่างดีและยังเป็นประโยชน์ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องสามารถนำกิจกรรมการเรียนรู้แบบการบูรณาการการสอนมาใช้และเป็นตัวอย่างในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนต่อไปได้

 

 

 

 

 

ความมุ่งหมายของการศึกษาค้นคว้า

 

                   1.  เพื่อพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์แบบบูรณาการ     

เรื่อง  การบวกและการลบจำนวนที่มีผลลัพธ์และตัวตั้งไม่เกิน  20  ชั้นประถมศึกษาปีที่  ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์  75/75

                   2.  เพื่อหาดัชนีประสิทธิผลของการจัดกิจกรรมการเรียนรู้กลุ่มสาระการ

เรียนรู้คณิตศาสตร์   แบบบูรณาการ   เรื่อง  การบวกและการลบจำนวนที่มีผลลัพธ์และตัวตั้งไม่เกิน

 20   ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1

                   3.  เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของคะแนนหลังเรียนและคะแนนก่อนเรียน

                   4.  เพื่อศึกษาความพึงพอใจของผู้เรียนที่มีต่อกิจกรรมการเรียนรู้  โดยใช้แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์  แบบบูรณาการ  เรื่อง  การบวกและการลบจำนวนที่มีผลลัพธ์และตัวตั้งไม่เกิน  20  ชั้นประถมศึกษาปีที่  1

 

ความสำคัญของการศึกษาค้นคว้า

 

                   1.  ได้แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้กลุ่มสาระคณิตศาสตร์  โดยวิธีสอนแบบบูรณาการ  

เรื่อง การบวกและการลบจำนวนที่มีผลลัพธ์และตัวตั้งไม่เกิน  20  ชั้นประถมศึกษาปีที่  1  ที่มีประสิทธิภาพสอดคล้องกับบริบทและพัฒนาการของผู้เรียนมากยิ่งขึ้น

2.  ได้แนวทางในการปรับปรุงพัฒนาการจัดการเรียนการสอน  สำหรับครูผู้สอน

กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์  ชั้นประถมศึกษาปีที่  1  ที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

 

สมมติฐานการศึกษาค้นคว้า

 

นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสาระคณิตศาสตร์ โดยการสอนแบบบูรณาการ   เรื่อง

การบวกและการลบจำนวนที่มีผลลัพธ์และตัวตั้งไม่เกิน  20  ชั้นประถมศึกษาปีที่  1  หลังเรียน

สูงกว่าก่อนเรียน

 

 

 

 

ขอบเขตของการศึกษาค้นคว้า

 

                   1.  ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง

                         1.1  ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่  1  ของกลุ่ม

โรงเรียนโคราช  อำเภอเมือง  สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครราชสีมา  เขต  1  ภาคเรียนที่  1    ปีการศึกษา  2553  จำนวน  7  โรงเรียน  จำนวนนักเรียน  258   คน

                         1.2  กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้  ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่  1  

โรงเรียนบ้านพลกรัง (เดชาติวงศ์คงฤทธิ์อนุสรณ์)  ตำบลพลกรัง  อำเภอเมือง   จังหวัดนครราชสีมา  สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครราชสีมา  เขต  1  ที่กำลังศึกษาใน  ภาคเรียนที่  1   ปีการศึกษา  2553   จำนวน  1 ห้องเรียน  จำนวนนักเรียน  14  คน  ซึ่งผู้ศึกษาค้นคว้าได้ใช้รูปแบบการวิจัยแบบกึ่งทดลอง โดยเลือกกลุ่มตัวอย่าง   แบบเจาะจง  (Purposive  Sampling)  เนื่องจากนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่  1  ในแต่ละโรงเรียนใช้หลักสูตรสถานศึกษาคล้ายกัน มีลักษณะการจัดกิจกรรมการเรียนรู้และมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนใกล้เคียงกัน

                   2.  เนื้อหาในการศึกษาค้นคว้า

                      2.1  กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์

                                 ผู้ศึกษาค้นคว้าได้กำหนดเนื้อหาในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551    กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์  ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1   หน่วยการเรียนรู้ที่  6  เรื่อง โจทย์ปัญหาการบวกและการลบที่มีผลลัพธ์และตัวตั้งไม่เกิน 20   โดยได้ศึกษาค้นคว้าข้อมูล  เพื่อนำมาจัดเนื้อหาให้เหมาะสมกับผู้เรียนตามขอบเขตและเนื้อหาของหลักสูตร  จำนวน  7  แผน  คือ

                                2.1.1  การบวกของสองจำนวนซึ่งมีผลบวกไม่เกิน 20            2      ชั่วโมง

                                2.1.2  การสลับที่สำหรับการบวก                                                       2      ชั่วโมง

                                2.1.3  การบวกจำนวนสามจำนวนที่มีผลบวกไม่เกิน 20          2      ชั่วโมง

                                2.1.4  โจทย์ปัญหาการบวกที่มีผลบวกไม่เกิน  20                     3      ชั่วโมง

                                2.1.5  การลบจำนวนที่มีตัวตั้งไม่เกิน  20                                            2      ชั่วโมง

                                2.1.6  โจทย์ปัญหาการลบที่มีตัวตั้งไม่เกิน  20                                      3       ชั่วโมง

                                2.1.7  ความสัมพันธ์ของการบวกและการลบ                                       2       ชั่วโมง

                        

 

 

 

                         2.2  เนื้อหาวิชาที่นำมาบูรณาการ 

                                 เนื้อหาที่นำมาใช้ในการบูรณาการครั้งนี้  คือ

                                2.2.1  กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย  เรื่อง  การอ่าน  การเขียน

                                2.2.2  กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์  เรื่อง  การสังเกต  การทดลองและการศึกษาค้นคว้า

                                2.2.3  กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ  (ภาษาอังกฤษ)  เรื่อง  การอ่านและ  การเขียน

                                2.2.4   กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี      เรื่อง  การจัดป้ายนิเทศ  การนำเสนอชิ้นงาน

                                2.2.5   กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพละศึกษา เรื่อง  ทักษะการเคลื่อนไหว  กิจกรรมทางกาย  การเล่นเกม  การรักษาความสะอาด

           2.2.6   กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา   ศาสนาและวัฒนธรรม  เรื่อง  การนำความรู้

ไปใช้ในชีวิตประจำวัน  การทำงานกลุ่ม

                          2.2.7   กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ  เรื่อง  การวาดภาพ-ระบายสี   การร้องและการเต้น 

                   3.  ระยะเวลาในการศึกษาค้นคว้า

                      ระยะเวลาในการศึกษาค้นคว้า   ดำเนินทดลองกับกลุ่มตัวอย่างในภาคเรียนที่  1   

ปีการศึกษา 2553  ใช้เวลาทดลองกับนักเรียนกลุ่มตัวอย่างโดยสอนวันละ  2  ชั่วโมงและ  3  ชั่วโมง  รวม  16  ชั่วโมง  ทั้งนี้ไม่รวมเวลาในการทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน

 

นิยามศัพท์เฉพาะ

 

                   1.  ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ หมายถึง  ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความพึงพอใจของ

นักเรียน  ที่พึงประสงค์ที่หวังว่าจะเกิดขึ้นกับผู้เรียน  หลังจากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้  การสอนแบบบูรณการ  เรื่อง  การบวกและการลบที่มีผลลัพธ์และตัวตั้งไม่เกิน  20   ชั้นประถมศึกษาปีที่  1

                   2.  แผนการจัดกิจกรรมการการเรียนรู้  หมายถึง  เอกสารที่แสดงรายละเอียดขั้นตอน

ตามกรอบ   การสอนแบบบูรณาการ  เรื่อง  โจทย์ปัญหาการบวกและการลบที่มีผลลัพธ์และตัวตั้งไม่เกิน  20   ชั้นประถมศึกษาปีที่  1  ที่ครูได้วางแผนและเตรียมการไว้ล่วงหน้า สำหรับการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน  ซึ่งมีรายละเอียดประกอบด้วย  สาระสำคัญ  ตัวชี้วัด  สาระการเรียนรู้  สื่อ  บัตรกิจกรรมและการวัดและประเมินผล  ที่ผู้ศึกษาสร้างขึ้น

 

                   3.  การพัฒนาแผนการเรียนรู้  หมายถึง  การดำเนินการปรับปรุงและออกแบบกิจกรรมการ

เรียนรู้แบบบูรณาการ  กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์  โดยวิธีสอนแบบบูรณาการ  เรื่อง โจทย์ปัญหาการบวกและการลบที่มีผลลัพธ์และตัวตั้งไม่เกิน  20  ชั้นประถมศึกษาปีที่  โดยใช้แนวทางในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนแบบบูรณาการเพื่อให้ผลการเรียนรู้ดีขึ้น

                   4.  การจัดกิจกรรมการการเรียนรู้แบบบูรณาการ  หมายถึง  การจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดย

การเชื่อมโยงเนื้อหาความรู้ที่เกี่ยวข้องจากศาสตร์ต่างๆ  ของรายวิชาเดียวกันหรือรายวิชาต่างๆ  มาใช้ในการจัดการเรียนรู้  โดยมีกระบวนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ตามความสนใจ  ความสามารถเพื่อให้ผู้เรียนสามารถนำความคิดรวบยอดของศาสตร์ต่างๆ  มาใช้ในชีวิตจริงได้  ในการศึกษาค้นคว้าครั้งนี้  ผู้ศึกษาค้นคว้าใช้กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์เป็นหลัก  กลุ่มสาระที่นำมาบูรณาการ  คือ  กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย  กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์  กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษา

ต่างประ เทศ (ภาษาอังกฤษ)    กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี    กลุ่มสาระ

การเรียนรู้สุขศึกษาและพละศึกษา  กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา   ศาสนาและวัฒนธรรม 

กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ  โดยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบบูรณาการ  ซึ่งมีการเลือกกลุ่มสาระ

การเรียนรู้ที่มีความสอดคล้องกับเนื้อหาในแผนการเรียนรู้มาใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้

เนื้อหาบางแผนอาจไม่ครอบคลุมทั้ง  8  กลุ่มสาระการเรียนรู้   ซึ่งการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ

มี  6  ขั้นตอนดังนี้  (กระทรวงศึกษาธิการ.    2552  :  12-13)

                         4.1  ขั้นที่  1  เลือกหัวเรื่อง     ( Theme)

 การสร้างหัวเรื่องโดยมีหลักในการกำหนดหัวเรื่องดังนี้

 4.1.1   เป็นเรื่องที่ผู้เรียนสนใจ และมีโอกาสได้เลือกเรียน

 4.1.2   เป็นเรื่องที่สามารถโยงความสัมพันธ์ได้หลายวิชาหรือหลายกลุ่มประสบการณ์

 4.1.3   เป็นเรื่องที่นักเรียนมีประสบการณ์เดิมอยู่แล้วและสอดคล้องกับชีวิตจริง และมีความหมายต่อผู้เรียน

 4.1.4   เป็นเรื่องที่มีแหล่งความรู้ให้ผู้เรียนรู้ได้ศึกษาค้นคิดอย่างหลากหลาย และเชื่อมโยงความสัมพันธ์กับท้องถิ่นกับความรู้ที่เป็นสากล

 4.1.5   เป็นเรื่องที่เหมาะสมกับระดับความสามารถของผู้เรียนและส่งเสริมการพัฒนาผู้เรียนรอบด้าน  การตั้งชื่อต้องทันสมัย และน่าสนใจยั่วยุให้ผู้เรียนอยากรู้ อยากเรียน

                         4.2  ขั้นที่  2  พัฒนาวิธีเรียน   

                                  4.2.1  เขียนวัตถุประสงค์ให้เชื่อมโยงการสร้างกลุ่มสาระการเรียนรู้                      

                                  4.2.2. กำหนดเวลาในการสอน 

                                  4.2.3.  เตรียมอุปกรณ์เครื่องมือไว้         

                         4.3   ขั้นที่  3  ระบุทรัพยากรที่ต้องการ ติดต่อแหล่งทรัพยากร

                         4.4   ขั้นที่  4  พัฒนากิจกรรมการเรียนการสอน

   4.4.1  ออกแบบกิจกรรมการเรียนการสอน  เน้น Authentic learning

                                                 4.4.1.1  การคิดระดับสูง           

                                                 4.4.1.2  การทำงานเป็นทีม           

                                                 4.4.1.3  การมีส่วนร่วม           

                                                 4.4.1.4  การปฏิสัมพันธ์           

                                                 4.4.1.5  การนำความรู้ไปประยุกต์ใช้        

                                                 4.4.1.6  คุณธรรมจริยธรรม         

                                                 4.4.1.7  ไปปฏิบัติเพื่อสร้างความรู้เอง         

        4.5   ขั้นที่  5  การดำเนินตามกิจกรรม

                        4.6   ขั้นที่  6  ประเมินผลการเรียนรู้

                                                  4.6.1  ระหว่างการเรียนการสอน

                                                  4.6.2  หลังกิจกรรมการเรียนการสอน

                   5.  ประสิทธิภาพของแผนการจัดการเรียนรู้  หมายถึง  ดัชนีที่บ่งชี้ถึง  คุณภาพของแผนการ

จัดกิจกรรมการเรียนรู้  ด้วยแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้  แบบบูรณาการ  เรื่อง  การบวกและการลบจำนวนที่มีผลลัพธ์และตัวตั้งไม่เกิน  20  ชั้นประถมศึกษาปีที่  1  ที่ผู้ศึกษาค้นคว้าสร้างขึ้น  เพื่อจัดกิจกรรมให้แก่นักเรียนและทำให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์  บรรลุจุดประสงค์การเรียนรู้ตามเกณฑ์  75/75  ที่กำหนดไว้   

                     75  ตัวแรก  หมายถึง  ค่าที่บ่งบอกว่ากระบวนการจัดการเรียนรู้ สามารถพัฒนาผู้เรียนได้   ภายใต้สถานการณ์และกิจกรรมที่ผู้ศึกษาผู้ที่ศึกษาพัฒนาขึ้น  โดยเก็บคะแนนจากแบบประเมินพฤติกรรมและการทดสอบย่อย ซึ่งต้องได้คะแนนเฉลี่ยร้อยละ 75 ขึ้นไป

                     75  ตัวหลัง  หมายถึง  ค่าที่บ่งบอกว่าผลโดยรวมที่ได้รับจากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ซึ่งวัดได้จากแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ซึ่งได้คะแนนเฉลี่ยร้อยละ  75  ขึ้นไป

                   6.  ดัชนีประสิทธิผลของแผนการจัดการเรียนรู้  (The Effectiveness Index)  หมายถึง

ความก้าวหน้าในการเรียนของผู้เรียน  จากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบบูรณาการที่ผู้ศึกษาสร้างขึ้น  

โดยการเปรียบเทียบคะแนนที่เพิ่มขึ้นจากคะแนนการทดสอบก่อนเรียนกับคะแนนที่ได้จากการทดสอบหลังเรียนและคะแนนเต็ม  หรือคะแนนสูงสุดกับคะแนนที่ได้จากการทดสอบก่อนเรียน

                   7.  ความพึงพอใจ  หมายถึง  ความรู้สึกในเชิงบวกและความชอบ และความสนใจของผู้เรียนที่มีต่อการเรียนรู้ด้วยแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนคณิตศาสตร์แบบบูรณาการ   เรื่อง  การบวกและการลบจำนวนที่มีผลลัพธ์และตัวตั้งไม่เกิน  20  ชั้นประถมศึกษาปีที่  1  ซึ่งวัดได้จากการตอบแบบสอบถามความพึงพอใจในการเรียนรู้ที่ผู้ศึกษาค้นคว้าสร้างขึ้น

                   8.  ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน  หมายถึง  ความสามารถของนักเรียนในการเรียนวิชาคณิตศาสตร์แบบบูรณาการ  เรื่อง  การบวกและการลบจำนวนที่มีผลลัพธ์และตัวตั้งไม่เกิน  20  ชั้นประถมศึกษาปีที่  1  ซึ่งพิจารณาตามคะแนนที่ได้จากการทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์   ที่ผู้ศึกษาค้นคว้าสร้างขึ้นตามตารางวิเคราะห์หลักสูตร  ซึ่งสอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้

                   9.  แบบวัดความพึงพอใจ  หมายถึง  รายการสอบถามที่ผู้ศึกษาค้นคว้าสร้างขึ้น  ในลักษณะของความรู้สึกเกี่ยวกับความชอบของนักเรียนที่มีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้หลังจากเรียนโดยใช้แผนการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ  เรื่อง  การบวกและการลบจำนวนที่มีผลลัพธ์และตัวตั้งไม่เกิน 20  ชั้นประถมศึกษาปีที่  1 

 

 

 

view

 หน้าแรก

 บทความ

 เว็บบอร์ด

รวมรูปภาพ

 ติดต่อเรา

view